เครื่องบันทึก กล้องวงจรปิด มีกี่ประเภท? เข้าใจ DVR, NVR, AHD, TVI, CVI ในบทความเดียว
ในยุคที่ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ การติดตั้ง เครื่องบันทึก สำหรับระบบกล้องวงจรปิดกลายเป็นสิ่งจำเป็นทั้งในบ้านและธุรกิจ แต่หลายคนยังสงสัยว่า เครื่องบันทึก มีกี่ประเภท และแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร
เครื่องบันทึก คืออะไร?
เครื่องบันทึก คือ อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับบันทึกภาพและเสียงจากกล้องวงจรปิด โดยข้อมูลจะถูกจัดเก็บลงในฮาร์ดดิสภายในเครื่อง เพื่อให้สามารถย้อนดูเหตุการณ์ย้อนหลังได้
โดยทั่วไป เครื่องบันทึก จะทำหน้าที่หลักดังนี้
- บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด
- จัดเก็บข้อมูลลงฮาร์ดดิส
- แสดงภาพแบบเรียลไทม์
- รองรับการดูผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์
ประเภทของ เครื่องบันทึก กล้องวงจรปิด
ปัจจุบัน เครื่องบันทึก สามารถแบ่งออกเป็น 2 ระบบหลัก ได้แก่
- ระบบ Analog
- ระบบ IP (Network)
ระบบ Analog และ เครื่องบันทึก DVR
✔ DVR (Digital Video Recorder)
เครื่องบันทึก DVR เป็นระบบที่ใช้กับกล้องวงจรปิดแบบ Analog โดยจะรับสัญญาณภาพผ่านสาย Coaxial
ข้อดีของ เครื่องบันทึก DVR
- ราคาถูก เหมาะกับงบประมาณจำกัด
- ติดตั้งง่าย
- รองรับกล้องได้หลายตัว
ข้อจำกัด
- ความละเอียดอาจต่ำกว่าระบบ IP
- ต้องเดินสายแยกแต่ละกล้อง
เหมาะสำหรับ: บ้านพักอาศัย ร้านค้าเล็ก ๆ
เทคโนโลยี AHD, TVI และ CVI คืออะไร?
แม้จะใช้ เครื่องบันทึก DVR เหมือนกัน แต่เทคโนโลยีภาพมีการพัฒนาให้คมชัดขึ้นค่ะ
✔ AHD (Analogue High Definition) : AHD (Analogue High Definition) คือเทคโนโลยีการส่งสัญญาณวิดีโอความละเอียดสูงผ่านสายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) ที่ใช้กับระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) โดยถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถอัปเกรดจากระบบแอนะล็อกเดิมไปสู่ภาพความละเอียดสูงได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินสายใหม่
จุดเด่นของ AHD
- ภาพคมชัดระดับ HD, Full HD และสูงกว่า เช่น 720p, 1080p, 5MP และ 8MP (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)
- ใช้สายโคแอกเชียลเดิมได้ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง
- ส่งสัญญาณได้ไกล โดยทั่วไปได้ประมาณ 300–500 เมตร (ขึ้นอยู่กับคุณภาพสายและอุปกรณ์)
- ไม่มีความหน่วงของภาพ (Low Latency) เหมาะสำหรับการดูภาพแบบเรียลไทม์
- ติดตั้งและใช้งานง่าย ไม่ต้องตั้งค่าเครือข่ายเหมือนระบบ IP Camera
ข้อจำกัดของ AHD
- ต้องใช้งานร่วมกับ DVR ที่รองรับ AHD
- ความสามารถในการขยายระบบและฟีเจอร์อัจฉริยะยังน้อยกว่าระบบ IP Camera
- ไม่สามารถเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายโดยตรงจากตัวกล้องได้ ต้องผ่านเครื่องบันทึกก่อน
✔ TVI (HD Transport Video Interface) : หรือที่นิยมเรียกว่า HD-TVI เป็นเทคโนโลยีกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่สามารถส่งสัญญาณวิดีโอความละเอียดสูงผ่านสายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) ได้ โดยถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถอัปเกรดจากระบบแอนะล็อกเดิมไปสู่ระบบ HD ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสายสัญญาณใหม่
HD-TVI ส่งสัญญาณภาพจากกล้องไปยังเครื่องบันทึก DVR ผ่านสาย RG59 หรือสายโคแอกเชียลชนิดอื่น พร้อมรองรับการส่งสัญญาณภาพ เสียง และข้อมูลควบคุม (Control Signal) ผ่านสายเส้นเดียวในบางรุ่น ทำให้การติดตั้งสะดวกและลดความซับซ้อนของระบบ
จุดเด่นของ TVI
- รองรับภาพความละเอียดสูง ตั้งแต่ 720p, 1080p, 2K, 4MP, 5MP, 8MP (4K) และสูงกว่าในบางรุ่น
- ใช้สายโคแอกเชียลเดิมได้ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการอัปเกรดระบบ
- ส่งสัญญาณได้ไกล โดยทั่วไปสูงสุดประมาณ 500 เมตรสำหรับความละเอียด 1080p (ขึ้นอยู่กับคุณภาพสายและอุปกรณ์)
- ภาพมีความหน่วงต่ำ (Low Latency) เหมาะสำหรับการเฝ้าระวังแบบเรียลไทม์
- คุณภาพสัญญาณดี ลดการรบกวนของภาพเมื่อเทียบกับระบบแอนะล็อกแบบเดิม
- รองรับการควบคุมกล้องผ่านสายสัญญาณ เช่น การควบคุมกล้อง PTZ ในอุปกรณ์ที่รองรับ
ข้อจำกัดของ TVI
- ต้องใช้ DVR ที่รองรับ HD-TVI
- ฟีเจอร์ด้าน AI และการวิเคราะห์ภาพยังขึ้นอยู่กับความสามารถของ DVR และกล้อง
- หากต้องการระบบที่ยืดหยุ่นและขยายผ่านเครือข่ายได้ง่าย ระบบ IP Camera จะตอบโจทย์มากกว่า
✔ CVI (Composite Video Interface) : หรือที่รู้จักกันในชื่อ HD-CVI (High Definition Composite Video Interface) เป็นเทคโนโลยีสำหรับระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่สามารถส่งสัญญาณวิดีโอความละเอียดสูงผ่านสายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) ได้ โดยได้รับการพัฒนาเพื่อให้สามารถอัปเกรดจากระบบแอนะล็อกเดิมเป็นระบบ HD ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสายสัญญาณใหม่
HD-CVI ส่งข้อมูลผ่านสายโคแอกเชียลเพียงเส้นเดียว โดยสามารถส่งได้พร้อมกันถึง 4 ประเภท ได้แก่
- สัญญาณภาพ (Video)
- สัญญาณเสียง (Audio)
- ข้อมูลควบคุม (Control Signal)
- ไฟเลี้ยง (Power) ในบางระบบที่รองรับ PoC – Power over Coax
ทำให้การติดตั้งง่าย ลดจำนวนสาย และช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
จุดเด่นของ HD-CVI
- รองรับภาพความละเอียดสูง ตั้งแต่ 720p, 1080p, 4MP, 5MP, 4K และสูงกว่าในบางรุ่น
- ใช้สายโคแอกเชียลเดิมได้ ช่วยลดต้นทุนในการอัปเกรดระบบ
- ส่งสัญญาณได้ไกล โดยทั่วไปประมาณ 500–700 เมตรที่ความละเอียด 1080p (ขึ้นอยู่กับคุณภาพสายและอุปกรณ์)
- ความหน่วงต่ำ (Low Latency) เหมาะสำหรับการเฝ้าระวังแบบเรียลไทม์
- รองรับการส่งภาพ เสียง และข้อมูลควบคุมผ่านสายเส้นเดียว
- รองรับ PoC (Power over Coax) ในอุปกรณ์บางรุ่น ช่วยลดความยุ่งยากในการเดินสายไฟ
ข้อจำกัดของ HD-CVI
- ต้องใช้งานร่วมกับ DVR ที่รองรับ HD-CVI
- การใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ต่างยี่ห้ออาจมีข้อจำกัด แม้ว่าปัจจุบัน DVR หลายรุ่นจะรองรับหลายมาตรฐาน (XVR)
- ความยืดหยุ่นในการขยายระบบและการเชื่อมต่อเครือข่ายยังน้อยกว่าระบบ IP Camera

✔ NVR (Network Video Recorder) : คือเครื่องบันทึกภาพสำหรับระบบกล้องวงจรปิดแบบ IP Camera ที่ทำหน้าที่รับ บันทึก จัดเก็บ และจัดการข้อมูลวิดีโอผ่านเครือข่าย (Network) โดยเชื่อมต่อกับกล้องผ่านสาย LAN (Ethernet) หรือเครือข่ายไร้สาย (Wi-Fi) แทนการใช้สายโคแอกเชียลเหมือนระบบ DVR
NVR เหมาะสำหรับระบบรักษาความปลอดภัยที่ต้องการภาพความละเอียดสูง ฟีเจอร์อัจฉริยะ และการขยายระบบได้อย่างยืดหยุ่น
NVR ทำงานอย่างไร?
กล้อง IP จะประมวลผลและเข้ารหัสภาพ (Video Encoding) ภายในตัวกล้อง จากนั้นส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายมายัง NVR เพื่อบันทึกลงในฮาร์ดดิสก์ (HDD) หรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอื่น ๆ ผู้ใช้งานสามารถดูภาพสด (Live View) หรือย้อนดูภาพบันทึก (Playback) ได้ผ่านจอภาพ เว็บเบราว์เซอร์ หรือแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน
จุดเด่นของ NVR
- รองรับกล้อง IP Camera ที่มีความละเอียดสูง เช่น 2MP, 4MP, 8MP (4K) และสูงกว่า
- เชื่อมต่อผ่านเครือข่าย (Network) ด้วยสาย LAN หรือ Wi-Fi
- รองรับ PoE (Power over Ethernet) ใน NVR บางรุ่น ทำให้ส่งข้อมูลและจ่ายไฟผ่านสาย LAN เส้นเดียว
- รองรับระบบ AI เช่น ตรวจจับบุคคล (Human Detection), ตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection), จดจำใบหน้า (Face Recognition) และการวิเคราะห์วิดีโอ
- ขยายระบบได้ง่าย โดยเพิ่มกล้องเข้าในเครือข่าย
- เข้าถึงจากระยะไกล ผ่าน Cloud, Web Browser หรือ Mobile App
- รองรับการบันทึกหลายช่องสัญญาณ เช่น 4, 8, 16, 32 หรือ 64 ช่อง
ข้อจำกัดของ NVR
- ราคาสูงกว่าระบบ DVR โดยทั่วไป
- ต้องมีระบบเครือข่าย (Network Infrastructure) ที่มีคุณภาพ
- การตั้งค่าระบบมีความซับซ้อนกว่าระบบแอนะล็อก
หากเครือข่ายมีปัญหา อาจส่งผลต่อการรับส่งข้อมูลของกล้อง
วิธีเลือกระบบ CCTV ให้เหมาะกับคุณ ต้องพิจารณาอะไรบ้าง?
การเลือกระบบ CCTV ที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่เลือกกล้องที่มีความละเอียดสูง แต่ควรพิจารณาจากสถานที่ติดตั้ง วัตถุประสงค์การใช้งาน งบประมาณ และความสามารถในการขยายระบบในอนาคต เพื่อให้ได้ระบบรักษาความปลอดภัยที่คุ้มค่าและตอบโจทย์มากที่สุด
- วัตถุประสงค์ในการติดตั้ง
- เริ่มต้นด้วยการกำหนดว่าต้องการติดตั้งกล้องเพื่ออะไร เช่น
- เฝ้าระวังบ้านพักอาศัย
- ดูแลร้านค้า
- รักษาความปลอดภัยสำนักงาน
- โรงงานหรือคลังสินค้า
- ลานจอดรถ
- อาคารขนาดใหญ่
- การกำหนดวัตถุประสงค์จะช่วยเลือกประเภทกล้องและระบบที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น
- เลือกระหว่างระบบ Analog หรือ IP Camera
- Analog HD (AHD / HD-TVI / HD-CVI)
ข้อดี- ราคาประหยัด
- ติดตั้งง่าย
- ใช้สาย Coaxial เดิมไดh
- เหมาะกับการอัปเกรดระบบเดิม
เหมาะสำหรับ - บ้าน
- ร้านค้า
- สำนักงานขนาดเล็ก
- IP Camera
ข้อดี- ความละเอียดสูงกว่า
- รองรับ AI
- ดูผ่านเครือข่ายได้สะดวก
- ขยายระบบง่าย
เหมาะสำหรับ - องค์กร
- โรงงาน
- อาคารสำนักงาน
- โครงการขนาดใหญ่
- เลือกความละเอียดของกล้อง ความละเอียดที่นิยม ได้แก่
- ความละเอียด 2MP (1080P) เหมาะสำหรับ บ้านและร้านค้าทั่วไป
- ความละเอียด 4MP เหมาะสำหรับ ภาพคมชัดมากขึ้น
- ความละเอียด 5MP เหมาะสำหรับ เห็นรายละเอียดได้ดี
- ความละเอียด 8MP เหมาะสำหรับ พื้นที่กว้าง ต้องการรายละเอียดสูง
- เลือกประเภทของกล้อง
- Dome Camera เหมาะสำหรับติดตั้งภายในอาคาร
- Bullet Camera เหมาะสำหรับภายนอกอาคาร
- Turret Camera ลดแสงสะท้อนในเวลากลางคืน
- PTZ Camera หมุน ซูม และควบคุมทิศทางได้
- Fisheye Camera มุมมอง 180–360 องศา
