เครื่องบันทึก กล้องวงจรปิด มีกี่ประเภท? เข้าใจ DVR, NVR, AHD, TVI, CVI ในบทความเดียว

Last updated: 2 ก.ค. 2569  |  70 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องบันทึก กล้องวงจรปิด มีกี่ประเภท? เข้าใจ DVR, NVR, AHD, TVI, CVI ในบทความเดียว

เครื่องบันทึก กล้องวงจรปิด มีกี่ประเภท? เข้าใจ DVR, NVR, AHD, TVI, CVI ในบทความเดียว

ในยุคที่ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ การติดตั้ง เครื่องบันทึก สำหรับระบบกล้องวงจรปิดกลายเป็นสิ่งจำเป็นทั้งในบ้านและธุรกิจ แต่หลายคนยังสงสัยว่า เครื่องบันทึก มีกี่ประเภท และแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร

เครื่องบันทึก คืออะไร?

เครื่องบันทึก คือ อุปกรณ์ที่ใช้สำหรับบันทึกภาพและเสียงจากกล้องวงจรปิด โดยข้อมูลจะถูกจัดเก็บลงในฮาร์ดดิสภายในเครื่อง เพื่อให้สามารถย้อนดูเหตุการณ์ย้อนหลังได้
โดยทั่วไป เครื่องบันทึก จะทำหน้าที่หลักดังนี้

  • บันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด
  • จัดเก็บข้อมูลลงฮาร์ดดิส
  • แสดงภาพแบบเรียลไทม์
  • รองรับการดูผ่านมือถือหรือคอมพิวเตอร์

ประเภทของ เครื่องบันทึก กล้องวงจรปิด

ปัจจุบัน เครื่องบันทึก สามารถแบ่งออกเป็น 2 ระบบหลัก ได้แก่

  • ระบบ Analog
  • ระบบ IP (Network)

ระบบ Analog และ เครื่องบันทึก DVR

✔ DVR (Digital Video Recorder)
เครื่องบันทึก DVR เป็นระบบที่ใช้กับกล้องวงจรปิดแบบ Analog โดยจะรับสัญญาณภาพผ่านสาย Coaxial
ข้อดีของ เครื่องบันทึก DVR

  • ราคาถูก เหมาะกับงบประมาณจำกัด
  • ติดตั้งง่าย
  • รองรับกล้องได้หลายตัว

ข้อจำกัด

  • ความละเอียดอาจต่ำกว่าระบบ IP
  • ต้องเดินสายแยกแต่ละกล้อง

เหมาะสำหรับ: บ้านพักอาศัย ร้านค้าเล็ก ๆ
เทคโนโลยี AHD, TVI และ CVI คืออะไร?
แม้จะใช้ เครื่องบันทึก DVR เหมือนกัน แต่เทคโนโลยีภาพมีการพัฒนาให้คมชัดขึ้นค่ะ
✔ AHD (Analogue High Definition) : AHD (Analogue High Definition) คือเทคโนโลยีการส่งสัญญาณวิดีโอความละเอียดสูงผ่านสายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) ที่ใช้กับระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) โดยถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้สามารถอัปเกรดจากระบบแอนะล็อกเดิมไปสู่ภาพความละเอียดสูงได้ โดยไม่จำเป็นต้องเดินสายใหม่

จุดเด่นของ AHD

  • ภาพคมชัดระดับ HD, Full HD และสูงกว่า เช่น 720p, 1080p, 5MP และ 8MP (ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์)
  • ใช้สายโคแอกเชียลเดิมได้ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้ง
  • ส่งสัญญาณได้ไกล โดยทั่วไปได้ประมาณ 300–500 เมตร (ขึ้นอยู่กับคุณภาพสายและอุปกรณ์)
  • ไม่มีความหน่วงของภาพ (Low Latency) เหมาะสำหรับการดูภาพแบบเรียลไทม์
  • ติดตั้งและใช้งานง่าย ไม่ต้องตั้งค่าเครือข่ายเหมือนระบบ IP Camera

ข้อจำกัดของ AHD

  • ต้องใช้งานร่วมกับ DVR ที่รองรับ AHD
  • ความสามารถในการขยายระบบและฟีเจอร์อัจฉริยะยังน้อยกว่าระบบ IP Camera
  • ไม่สามารถเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายโดยตรงจากตัวกล้องได้ ต้องผ่านเครื่องบันทึกก่อน

✔ TVI (HD Transport Video Interface) : หรือที่นิยมเรียกว่า HD-TVI เป็นเทคโนโลยีกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่สามารถส่งสัญญาณวิดีโอความละเอียดสูงผ่านสายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) ได้ โดยถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถอัปเกรดจากระบบแอนะล็อกเดิมไปสู่ระบบ HD ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสายสัญญาณใหม่ 

HD-TVI ส่งสัญญาณภาพจากกล้องไปยังเครื่องบันทึก DVR ผ่านสาย RG59 หรือสายโคแอกเชียลชนิดอื่น พร้อมรองรับการส่งสัญญาณภาพ เสียง และข้อมูลควบคุม (Control Signal) ผ่านสายเส้นเดียวในบางรุ่น ทำให้การติดตั้งสะดวกและลดความซับซ้อนของระบบ

จุดเด่นของ TVI

  • รองรับภาพความละเอียดสูง ตั้งแต่ 720p, 1080p, 2K, 4MP, 5MP, 8MP (4K) และสูงกว่าในบางรุ่น
  • ใช้สายโคแอกเชียลเดิมได้ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการอัปเกรดระบบ
  • ส่งสัญญาณได้ไกล โดยทั่วไปสูงสุดประมาณ 500 เมตรสำหรับความละเอียด 1080p (ขึ้นอยู่กับคุณภาพสายและอุปกรณ์)
  • ภาพมีความหน่วงต่ำ (Low Latency) เหมาะสำหรับการเฝ้าระวังแบบเรียลไทม์
  • คุณภาพสัญญาณดี ลดการรบกวนของภาพเมื่อเทียบกับระบบแอนะล็อกแบบเดิม
  • รองรับการควบคุมกล้องผ่านสายสัญญาณ เช่น การควบคุมกล้อง PTZ ในอุปกรณ์ที่รองรับ

ข้อจำกัดของ TVI

  • ต้องใช้ DVR ที่รองรับ HD-TVI
  • ฟีเจอร์ด้าน AI และการวิเคราะห์ภาพยังขึ้นอยู่กับความสามารถของ DVR และกล้อง
  • หากต้องการระบบที่ยืดหยุ่นและขยายผ่านเครือข่ายได้ง่าย ระบบ IP Camera จะตอบโจทย์มากกว่า

✔ CVI (Composite Video Interface) : หรือที่รู้จักกันในชื่อ HD-CVI (High Definition Composite Video Interface) เป็นเทคโนโลยีสำหรับระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) ที่สามารถส่งสัญญาณวิดีโอความละเอียดสูงผ่านสายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) ได้ โดยได้รับการพัฒนาเพื่อให้สามารถอัปเกรดจากระบบแอนะล็อกเดิมเป็นระบบ HD ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนสายสัญญาณใหม่

HD-CVI ส่งข้อมูลผ่านสายโคแอกเชียลเพียงเส้นเดียว โดยสามารถส่งได้พร้อมกันถึง 4 ประเภท ได้แก่

  • สัญญาณภาพ (Video)
  • สัญญาณเสียง (Audio)
  • ข้อมูลควบคุม (Control Signal)
  • ไฟเลี้ยง (Power) ในบางระบบที่รองรับ PoC – Power over Coax

ทำให้การติดตั้งง่าย ลดจำนวนสาย และช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย
จุดเด่นของ HD-CVI

  • รองรับภาพความละเอียดสูง ตั้งแต่ 720p, 1080p, 4MP, 5MP, 4K และสูงกว่าในบางรุ่น
  • ใช้สายโคแอกเชียลเดิมได้ ช่วยลดต้นทุนในการอัปเกรดระบบ
  • ส่งสัญญาณได้ไกล โดยทั่วไปประมาณ 500–700 เมตรที่ความละเอียด 1080p (ขึ้นอยู่กับคุณภาพสายและอุปกรณ์)
  • ความหน่วงต่ำ (Low Latency) เหมาะสำหรับการเฝ้าระวังแบบเรียลไทม์
  • รองรับการส่งภาพ เสียง และข้อมูลควบคุมผ่านสายเส้นเดียว
  • รองรับ PoC (Power over Coax) ในอุปกรณ์บางรุ่น ช่วยลดความยุ่งยากในการเดินสายไฟ

ข้อจำกัดของ HD-CVI

  • ต้องใช้งานร่วมกับ DVR ที่รองรับ HD-CVI
  • การใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ต่างยี่ห้ออาจมีข้อจำกัด แม้ว่าปัจจุบัน DVR หลายรุ่นจะรองรับหลายมาตรฐาน (XVR)
  • ความยืดหยุ่นในการขยายระบบและการเชื่อมต่อเครือข่ายยังน้อยกว่าระบบ IP Camera


✔ NVR (Network Video Recorder) : คือเครื่องบันทึกภาพสำหรับระบบกล้องวงจรปิดแบบ IP Camera ที่ทำหน้าที่รับ บันทึก จัดเก็บ และจัดการข้อมูลวิดีโอผ่านเครือข่าย (Network) โดยเชื่อมต่อกับกล้องผ่านสาย LAN (Ethernet) หรือเครือข่ายไร้สาย (Wi-Fi) แทนการใช้สายโคแอกเชียลเหมือนระบบ DVR

NVR เหมาะสำหรับระบบรักษาความปลอดภัยที่ต้องการภาพความละเอียดสูง ฟีเจอร์อัจฉริยะ และการขยายระบบได้อย่างยืดหยุ่น

NVR ทำงานอย่างไร?
กล้อง IP จะประมวลผลและเข้ารหัสภาพ (Video Encoding) ภายในตัวกล้อง จากนั้นส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายมายัง NVR เพื่อบันทึกลงในฮาร์ดดิสก์ (HDD) หรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอื่น ๆ ผู้ใช้งานสามารถดูภาพสด (Live View) หรือย้อนดูภาพบันทึก (Playback) ได้ผ่านจอภาพ เว็บเบราว์เซอร์ หรือแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน

จุดเด่นของ NVR

  • รองรับกล้อง IP Camera ที่มีความละเอียดสูง เช่น 2MP, 4MP, 8MP (4K) และสูงกว่า
  • เชื่อมต่อผ่านเครือข่าย (Network) ด้วยสาย LAN หรือ Wi-Fi
  • รองรับ PoE (Power over Ethernet) ใน NVR บางรุ่น ทำให้ส่งข้อมูลและจ่ายไฟผ่านสาย LAN เส้นเดียว
  • รองรับระบบ AI เช่น ตรวจจับบุคคล (Human Detection), ตรวจจับยานพาหนะ (Vehicle Detection), จดจำใบหน้า (Face Recognition) และการวิเคราะห์วิดีโอ
  • ขยายระบบได้ง่าย โดยเพิ่มกล้องเข้าในเครือข่าย
  • เข้าถึงจากระยะไกล ผ่าน Cloud, Web Browser หรือ Mobile App
  • รองรับการบันทึกหลายช่องสัญญาณ เช่น 4, 8, 16, 32 หรือ 64 ช่อง

ข้อจำกัดของ NVR

  • ราคาสูงกว่าระบบ DVR โดยทั่วไป
  • ต้องมีระบบเครือข่าย (Network Infrastructure) ที่มีคุณภาพ
  • การตั้งค่าระบบมีความซับซ้อนกว่าระบบแอนะล็อก
หากเครือข่ายมีปัญหา อาจส่งผลต่อการรับส่งข้อมูลของกล้อง

วิธีเลือกระบบ CCTV ให้เหมาะกับคุณ ต้องพิจารณาอะไรบ้าง?

การเลือกระบบ CCTV ที่เหมาะสม ไม่ใช่แค่เลือกกล้องที่มีความละเอียดสูง แต่ควรพิจารณาจากสถานที่ติดตั้ง วัตถุประสงค์การใช้งาน งบประมาณ และความสามารถในการขยายระบบในอนาคต เพื่อให้ได้ระบบรักษาความปลอดภัยที่คุ้มค่าและตอบโจทย์มากที่สุด

  1. วัตถุประสงค์ในการติดตั้ง
    • เริ่มต้นด้วยการกำหนดว่าต้องการติดตั้งกล้องเพื่ออะไร เช่น
      • เฝ้าระวังบ้านพักอาศัย
      • ดูแลร้านค้า
      • รักษาความปลอดภัยสำนักงาน
      • โรงงานหรือคลังสินค้า
      • ลานจอดรถ
      • อาคารขนาดใหญ่
      • การกำหนดวัตถุประสงค์จะช่วยเลือกประเภทกล้องและระบบที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น
  2. เลือกระหว่างระบบ Analog หรือ IP Camera
    • Analog HD (AHD / HD-TVI / HD-CVI)
      ข้อดี
      • ราคาประหยัด
      • ติดตั้งง่าย
      • ใช้สาย Coaxial เดิมไดh
      • เหมาะกับการอัปเกรดระบบเดิม
        เหมาะสำหรับ
      • บ้าน
      • ร้านค้า
      • สำนักงานขนาดเล็ก
    • IP Camera
      ข้อดี
      • ความละเอียดสูงกว่า
      • รองรับ AI
      • ดูผ่านเครือข่ายได้สะดวก
      • ขยายระบบง่าย
        เหมาะสำหรับ
      • องค์กร
      • โรงงาน
      • อาคารสำนักงาน
      • โครงการขนาดใหญ่
  3. เลือกความละเอียดของกล้อง ความละเอียดที่นิยม ได้แก่
    • ความละเอียด 2MP (1080P)   เหมาะสำหรับ บ้านและร้านค้าทั่วไป
    • ความละเอียด 4MP              เหมาะสำหรับ ภาพคมชัดมากขึ้น
    • ความละเอียด 5MP              เหมาะสำหรับ เห็นรายละเอียดได้ดี
    • ความละเอียด 8MP              เหมาะสำหรับ พื้นที่กว้าง ต้องการรายละเอียดสูง
  4. เลือกประเภทของกล้อง
    • Dome Camera เหมาะสำหรับติดตั้งภายในอาคาร
    • Bullet Camera เหมาะสำหรับภายนอกอาคาร
    • Turret Camera ลดแสงสะท้อนในเวลากลางคืน
    • PTZ Camera หมุน ซูม และควบคุมทิศทางได้
    • Fisheye Camera มุมมอง 180–360 องศา


 

Powered by MakeWebEasy.com